เทศกาลไหว้บะจ่าง

เทศกาลไหว้บะจ่าง สำคัญยังไง

เทศกาลไหว้บะจ่าง

เทศกาลไหว้บะจ่าง – เชื่อว่าลูกหลานชาวไทย เชื้อสายจีน หรือ แม้แต่ชาวไทยแท้ ๆ หลายคนคงคุ้นหน้า คุ้นตา และติดใจในรสชาติความอร่อย ของเจ้าข้าวเหนียว ห่อใบไผ่เครื่องแน่น ๆ ทั้งกุนเชียง หมูหมัก ไข่เค็มแดง เห็ดหอม กุ้งแห้ง และเม็ด แปะก้วย รสเข้มข้น ทรงสามเหลี่ยมนี้ เป็นอย่างดี จะกินเป็นอาหารว่างก็ได้ เป็นมื้อหลักสัก 1 ลูกก็อิ่มกำลังดี แต่จะมีใครรู้ บ้างว่าเบื้องหลังความอร่อย ของบ๊ะจ่าง มีตำนานกู้ชาติที่ ยิ่งใหญ่ซ่อนอยู่ เล่าขานต่อกันมาเนิ่นนาน จนเกือบถูกคน รุ่นหลังละเลยไป

ความเป็นมาของเทศกาลไหว้บ๊ะจ่าง หรือขนมจ้าง 

ตามตำนาน เล่าว่า ในสมัยชุนชิว-จั้นกั๋ว ประเทศจีนถูกแบ่งเป็น แคว้นเล็ก ๆ จำนวนมาก แคว้นฉิน เป็นแคว้นที่เข้มแข็ง ที่สุดในขณะนั้น ส่วนแคว้นฉู่ เป็นแคว้นที่อ่อนแอและเล็ก ซึ่งมักถูกแคว้นฉิน กดขี่ข่มเหง “ชวีหยวน” ซึ่งเป็นขุนนางตงฉิน รับราชการด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ถือเอาประโยชน์ ของราษฎรเป็นที่ตั้ง เขาห่วงใย ประเทศชาติบ้านเมืองของตนมาก จึงเสนอให้แคว้นฉู่ร่วมมือกับแคว้นฉี เพื่อต่อต้านแคว้นฉิน แต่ก็ถูกขุนนางกังฉินคอยใส่ร้ายป้ายสี ต่อองค์ฮ่องเต้เสมอ ๆ จนฮ่องเต้เริ่มมีใจเอนเอียง ชวีหยวนรู้สึก ทุกข์ระทมตรมใจมาก จึงได้แต่งกลอนขึ้น เพื่อคลายความทุกข์ใจ กลอนบทนั้นมีชื่อว่า “หลีเซา” ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับความห่วงใย บ้านเมืองและราษฎร จนต่อมาฮ่องเต้ แคว้นฉู่ถูกกลลวงของแคว้นฉิน และสวรรคต ในแคว้นฉิน รัชทายาทองค์ต่อมาจึงได้ขึ้นครองราชบัลลังก์แทน

หลังจากที่ฮ่องเต้ องค์ใหม่ขึ้นครองราชย์ พระองค์ได้ทรงหลงเชื่อคำยุยง ของเหล่าขุนนางกังฉินพวกนั้น ในที่สุดจึงได้มีพระบรมราชโองการให้เนรเทศ ชวีหยวนออกจากแคว้นฉู่ไป ชวีหยวนเศร้าโศก เสียใจมาก หลังจากเดินทางรอนแรม มาถึงแม่น้ำเปาะล่อกัง (บางตำราว่าเป็นแม่น้ำแยงซีเกียง) ชวีหยวนจึงได้ตัดสินใจกระโดดน้ำตาย เพื่อแสดงออกถึงความรู้สึกจงรักภักดีต่อประเทศชาติและความคับแค้นใจที่มีต่อสังคม ในวันขึ้น 5 ค่ำ เดือน 5 เมื่อ 278 ปีก่อนคริสต์ศักราช

เมื่อชาวแคว้น ฉู่รู้ข่าวการฆ่าตัวตายของชวีหยวน ต่างพากันมายังริมแม่น้ำ ชาวประมง ก็ออกพายเรือหาเพื่อหวังว่าจะงมเขาขึ้นมาได้ ในขณะที่ค้นหาศพ บางคนก็นำข้าวปั้น ไข่ต้มที่เตรียมไว้ให้ชวีหยวนโยนลงแม่น้ำ เพื่อหวังว่าปลา ปู กุ้ง หอยในน้ำจะกินอาหารพวกนี้แล้วไม่ไปกัดกินร่างของชวีหยวน จากนั้นทุกปีเมื่อครบรอบ วันตายของชวีหยวน ชาวบ้านจะนำเอาอาหารไป โปรยลงแม่น้ำเปาะล่อกัง 

ถ้านับตามปฏิทินจันทรคติ เมื่อวนมาถึง วันขึ้น 5 ค่ำ เดือน 5 ก็จะเป็นอีกหนึ่งเทศกาลที่สำคัญของชาวจีน ซึ่งทางรัฐบาลจีนได้ประกาศให้วันนี้เป็นวันหยุดราชการ ด้วย เทศกาลนั้นก็คือ เทศกาลตวนอู่ หรือที่คนไทยเรียกกัน อย่างง่าย ๆ ว่า วันไหว้บะจ่าง ซึ่งจะตรงกับช่วงเดือน มิถุนายน หรือกรกฏาคม ของทุกๆปีครับ 

บะจ่าง คือ สิ่งที่จะขาดไปไม่ได้สำหรับเทศกาลนี้ เลยทีเดียวค่ะ ในเมืองไทยบะจ่างเรามีมากมาย หลากหลายรสชาติ แต่ละร้านค้าก็จะมีสูตร และเครื่องที่แตกต่างกันไป บางเจ้าใส่เครื่องมากกว่า 10 ชนิดเลยทีเดียวครับ แต่ว่าเมื่อมองย้อนไป ที่ประเทศต้นตำหรับ บะจ่างในประเทศจีน เป็นบะจ่างที่เรียบง่ายมากครับ บางชนิดเป็นไส้หวานใส่แค่พุทราแดงและถั่วลิสง บางชนิดมีไส้ถั่วเขียวบดกับถั่วลิสง แค่นั้นเองครับ บางเจ้าหรูหราขึ้นมาหน่อยก็จะมีการเติมไข่แดงลงไปครับ และประเพณีที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งสำหรับเทศกาลนี้ก็คือการแข่งเรือมังกรครับ (คิดง่ายๆ เหมือนกับแข่งเรือของบ้านเราแหละครับ แต่ตกแต่งหัวเรือเป็นรูปมังกร) 

ส่วนที่มาของเทศกาลตวนอู่ เริ่มขึ้นมาตั้งแต่สมัยชุนชิว (ยุคก่อนปีคริสตศักราช 229) ในแคว้นฉู่ มีขุนนางที่ซื่อสัตย์คนหนึ่งชื่อ ชวี เอวี๋ยน ได้พยายามกราบเรียนกษัตริย์ให้ปกครองประเทศให้ดี เพื่อที่จะไม่โดนรุกรานจากแคว้นอื่น แต่กษัตริย์หาได้สนใจไม่ สุดท้ายแล้ว จึงแพ้สงครามแก่แคว้นฉิน และขุนนางตงฉินคนนี้ ก็ได้เศร้าโศกเสียใจเหลือคณานับ จึงได้ กระโดดน้ำปลิดชีวิตตัวเอง เนื่องจากท้อแท้ใจที่ไม่สามารถช่วยเหลือแคว้นของตนเองได้ 

ด้วยความที่ขุนนางชวี เอวี๋ยนเป็นคนดีมาก และเป็นที่รักใคร่ของประชาชน ทุกคนจึงช่วยกันงมหา แต่ไม่มีใครสามารถงมหาร่างกายของชวี เอวี๋ยนได้เลย ดังนั้นชาวบ้านทุกคนจึงร่วมใจกันโปรยเมล็ดข้าวและธัญพืชต่าง ๆ ลงไปในน้ำ เพื่อที่จะให้กุ้ง หอย ปู ปลามากินสิ่งเหล่านี้แทนที่จะไปกินศพของชวี เอวี๋ยน และได้มีการพายเรือเพื่อกระทุ้งน้ำ ให้สัตว์น้ำต่าง ๆ หลีกหนีไป 

และพอเรื่องราวผ่านยุค ผ่านสมัยมาเรื่อย ๆ ประเทศจีนได้พบเจอกับพิบัติภัยต่าง ๆ นานา ๆ เพื่อเป็นการไม่สิ้นเปลือง ประเพณีการโยนลงน้ำ จึงได้เปลี่ยนมาเป็นห่อในใบไผ่ และนำไปเซ่นไหว้แทนครับ หลังจากนั้นก็เสร็จอาตี๋ อาหมวย คนในบ้านอย่างเรา ๆ นี่แหละครับ แต่ก็ยังมีคำสอนที่แฝงมากับข้าวเหนียวใบไผ่นี่อยู่เสมอ ๆ ว่า “อย่าลืมรักษาความจงรักภักดีที่ประชาชนทุกหมู่เหล่าพึงมีต่อประเทศชาติให้สืบต่อไป” 

การไหว้บ๊ะจ่าง

ส่วนการไหว้บ๊ะจ่างในปัจจุบัน คนจีนจะไหว้ในตอนเช้า โดยไหว้ด้วยธูป 3 ดอก หรือ 5 ดอก การไหว้ด้วยธูป 5 ดอก เพื่อระลึกถึงครูบาอาจารย์ พ่อแม่ และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ จะเข้าหลัก 5 ธาตุ หรือ โหงวเฮ้ง ของจีน ประกอบด้วย ธาตุดิน ทอง น้ำ ไม้ และไฟ ซึ่งมีส่วนเกี่ยวกับวิถีชีวิตโดยตรง และถ้าเป็นการไหว้ในไทย ช่วงเช้าก็จะไหว้เจ้าและบรรพบุรุษ แต่ที่พิเศษหน่อยก็ตรงที่มีบ๊ะจ่างเพิ่มเข้ามาด้วย 

บ๊ะจ่างทำมาจากอะไร

วัตถุดิบหลักของการทำบ๊ะจ่างคือ ใบไผ่ ข้าวเหนียว เนื้อหมูปรุงรส ไข่เค็มแดง และถั่วลิสง เริ่มต้นด้วยการนำข้าวเหนียวดิบแช่น้ำค้างคืนก่อนนำมาผัดกับไชโป้วสับที่ทอดน้ำมันแล้ว จากนั้นใส่ถั่วลิสง กุ้งแห้งทอด และกระเทียม ปรุงรสด้วยผงพะโล้ พริกไทย เกลือ และซีอิ๊วขาว ผัดต่อไปจนข้าวเหนียวสุกแล้วนำมาห่อด้วยใบไผ่เป็นทรงสามเหลี่ยม ใส่หมูที่หมักเรียบร้อยแล้ว กุนเชียง ไข่เค็มแดง เห็ดหอม แปะก้วย จัดเรียงให้สวยงามแล้วใช้ใบไผ่ที่เหลือห่อจนมิด จากนั้นผูกเชือกแล้วนำไปนึ่งจนส่วนที่เป็นเนื้อสัตว์สุกพอดี หากใส่เผือกกวนเพิ่มเข้าไปก็จะได้บ๊ะจ่างไส้หวาน ที่สำคัญใบไผ่ที่นำมาใช้ห่อบ๊ะจ่าง ต้องเป็นไผ่พันธ์ุที่มีใบขนาดใหญ่เป็นเอกลักษณ์ ต้อง import มาจากประเทศจีนเท่านั้น

การเซ่นไหว้บ๊ะจ่าง จะทำในช่วงเช้าเท่านั้น โดยส่วนใหญ่ จะใช้ไหว้เจ้าอย่างเดียว ทั้งเจ้าที่ในบ้าน หรือเจ้าแม่กวนอิม (ซึ่งนิยมไหว้ด้วยของเจเท่านั้น) แต่บางบ้าน ก็ใช้ไหว้บรรพบุรุษด้วย อีกสิ่งหนึ่งที่มี รูปหน้าตาคล้ายบ๊ะจ่าง แต่ขนาดเล็ก กว่าเรียกว่า “กีจ่าง” ทำจากข้าวเหนียว ล้วน ๆ ไม่ใส่เนื้อสัตว์ นำมาผ่านกระบวนการต้ม จนเม็ดข้าวเหนียวเนียน เป็นเนื้อเดียวกัน มักใช้ไหว้เจ้าแม่กวนกิม หรือไหว้เจ้าที่คู่กับบ๊ะจ่างก็ได้ เวลารับประทานต้องจิ้มน้ำตาล เชื่อว่าจะนำความเป็นมงคลเข้ามาสู่ชีวิต รับประทานหลังกินบ๊ะจ่างเพื่อบรรเทาอาการร้อนในที่เกิดจากการกินบ๊ะจ่างได้

 

สนับสนุนโดย ufabet356

กลับสู่หน้าหลัก http://printcalendartemplates.com

You May Also Like

รับทำงานวิจัย

ความสำคัญของการศึกษา

เทศกาล ผีตาโขน

เทศกาล ผีตาโขน

เทศกาลของไทย

9เทศกาลของไทย หลากหลายภาค

เทศกาล จีน

8เทศกาล จีน ที่ควรรู้

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *