กฏหมาย gps มีโทษอย่างไรบ้าง

กฏหมาย gps กฏหมาย gps กรมการขนส่งทางบกดำเนินมาตรการในเชิงป้องกันอุบัติเหตุมาอย่างต่อเนื่อง โดยใช้ระบบ GPS Tracking ติดตามพฤติกรรมการขับรถของพนักงานขับรถ การใช้ความเร็ว, ชั่วโมงการทำงาน ควบคุมกำกับดูแลผ่านศูนย์บริหารจัดการเดินรถระบบ GPS ตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งที่ส่วนกลางและทุกจังหวัดทั่วประเทศ ทั้งยังเปิดให้สังคมสาธารณะมีส่วนร่วมติดตามรถโดยสารสาธารณะผ่านแอพพลิเคชั่น DLT GPS ซึ่งสามารถตรวจสอบความเร็ว ชั่วโมงการทำงาน รู้พิกัด รู้จุดจอด ร้องเรียนพฤติกรรมเสี่ยงได้ตลอด 24 ชั่วโมง กรมการขนส่งทางบก โดยศูนย์ฯ GPS ตรวจสอบพบความผิดปกติของข้อมูลการเดินรถ จึงประสานพื้นที่สกัดรถต้องสงสัยเพื่อขอตรวจสอบ GPS พบว่ามีการใช้อุปกรณ์ตัดสัญญาณ GPS ทำให้ข้อมูล พิกัด ตำแหน่งเคลื่อนที่ของรถไม่สามารถส่งข้อมูลมายังศูนย์ฯ GPS ได้ จึงดำเนินการลงโทษตามพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 ฐานกระทำผิดเงื่อนไขใบอนุญาตประกอบการ เปรียบเทียบปรับในอัตราโทษสูงสุด และสั่งพักใช้ใบอนุญาตขับรถพนักงานขับรถทันที ส่วนผู้ประกอบการขนส่งสั่งพักใช้รถ พร้อมสั่งการให้ศูนย์ฯ GPS ทุกจังหวัด ตรวจสอบประวัติการเดินรถและรวบรวมหลักฐานเพื่อแจ้งความดำเนินคดีให้ถึงที่สุด ซึ่งหากพบว่าผู้ประกอบการขนส่งรายใดมีพฤติกรรมรู้เห็นเป็นใจสนับสนุนการกระทำความผิดดังกล่าวพิจารณาพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาตประกอบการขนส่งทันที อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้ ได้สั่งการให้ศูนย์ฯ GPS รวบรวมข้อมูลและตรวจสอบผู้ให้บริการระบบ GPS (Vendor) หากพบเจตนาให้บริการไม่มีคุณภาพหรือเอื้อให้เกิดช่องว่างในการกระทำผิดกฎหมาย แจ้งความดำเนินคดีถึงที่สุดเช่นเดียวกัน และอาจพิจารณายกเลิกการรับรองการเป็นผู้ให้บริการ GPS หรือยกเลิกรุ่น GPS รวมถึงกรณีระบบ GPS Tracking ขัดข้องไม่พบสัญญาณเชื่อมโยงข้อมูล ผู้ให้บริการ GPS (Vendor) ต้องมีส่วนรับผิดชอบ ต้องดำเนินการแก้ไขโดยเร่งด่วน และมีความผิดตามกฎหมายปรับวันละ 5,000 บาทต่อคัน จนกว่าจะแก้ไขแล้วเสร็จ ทั้งนี้ จากการตรวจสอบบันทึกข้อมูลความผิดของรถติดตั้ง GPS ที่เชื่อมโยงข้อมูลกับศูนย์ฯ GPS ซึ่งปัจจุบันมีจำนวนรถทั้งสิ้น 281,538 คัน (ข้อมูล ณ วันที่ 22 เมษายน 2561) พบว่าแนวโน้มการกระทำความผิดลดลง โดยเฉพาะการใช้ความเร็วเกินกฎหมายกำหนดที่ 90 กิโลเมตรต่อชั่วโมง รวมถึงกรณีพนักงานขับรถไม่รูดบัตรยืนยันตัวตนก่อนออกรถให้บริการ หรือการปฏิบัติหน้าที่เกินชั่วโมงการทำงานที่กฎหมายกำหนด มีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากกรมการขนส่งทางบกมีมาตรการบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในเชิงพื้นที่เข้าสกัดระงับพฤติกรรมเสี่ยงและดำเนินการตามกฎหมายสูงสุดเด็ดขาดในทุกกรณีความผิด พร้อมประสานผู้ประกอบการขนส่งให้กำกับดูแลพนักงานขับรถ สำหรับในปัจจุบันมีจำนวนผู้ให้บริการ GPS ที่ได้รับการรับรองจากรมการขนส่งทางบกทั้งสิ้น 111 ราย และมีจำนวนรุ่น GPS ที่ได้รับการรับรองจากกรมการขนส่งทางบกทั้งสิ้น 301 รุ่น ทั้งนี้ เพื่อประสิทธิภาพในการควบคุมกำกับดูแลรถโดยสารสาธารณะ และควบคุมพฤติกรรมพนักงานขับรถแบบออนไลน์ Real-time ผ่านศูนย์ฯ GPS กลางที่กรมการขนส่งทางบก ศูนย์ฯ GPS ส่วนภูมิภาค กรมการขนส่งทางบกเข้มงวดเฝ้าระวังและติดตามการเดินรถโดยสารสาธารณะทุกคัน และควบคุมพฤติกรรมด้วยมาตรการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดจริงจังกับผู้กระทำความผิดทุกรายทุกกรณี

ตั้งมาตรฐานความปลอดภัยใหม่ด้วยระบบ GPS

ปัจจุบันกรมการขนส่งเองได้มีการยกระดับมาตรฐานเพื่อต้องการสร้างความปลอดภัยให้กับผู้ใช้รถใช้ถนนทุกคน ซึ่งการสร้างความปลอดภัยดังกล่าวนี้ได้มีการนำเอา GPS เข้าไปเกี่ยวข้องด้วยเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับผู้ใช้รถใช้ถนนทุกคน รวมไปถึงผู้ใช้บริการขนส่งสาธารณะก็ต้องได้รับความปลอดภัยจากสิ่งนี้เช่นกัน เมื่อเป็นเช่นนี้กรมการขนส่งจึงได้มีการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับเงื่อนไขการกระทำผิด กฎหมาย GPS แล้วระบุมาตราโทษให้เหมาะสม ซึ่งมีข้อน่าสนใจดังนี้ หากมีการขับรถด้วยอัตราความเร็วเกินกำหนดต่อเนื่องยาวนานกว่า 2 นาที จะถือว่ารถคันนั้นมีความผิดตามมาตรา 111 พรบ. กรมขนส่งทางบก พร้อมด้วยมาตรา 67 พรบ. จราจรทางบกฯ โดยมีโทษปรับสูงสุดไม่เกิน 5,000 บาท รถที่ต้องเข้าข่ายประกอบไปด้วย รถบรรทุก กำหนดความเร็วที่ 80 กม. / ชม. รถลากจูง กำหนดความเร็วที่ 60 กม. / ชม. และรถโดยสารปะจำทาง กำหนดความเร็วที่ 80 กม. / ชม. หากมีการขับรถเกินระยะเวลากำหนดในรอบ 24 ชม. โดยการกำหนดขับดังกล่าวนั้นต้องขับได้ติดต่อกันไม่เกินครั้ง 4 ชม. มีการหยุดพักขั้นต่ำ 30 นาที แล้วจึงสามารถขับรถต่อไปได้อีก 4 ชม. หากการหยุดพักไม่ถึง 30 นาที จะไม่ถือว่าเป็นการหยุดพักและเมื่อไหร่ก็ตามที่ขับเกินจากกฎหมายกำหนดจะมีความผิดตามมาตรา 117 พรบ.  gps ติดรถกัน รถ หาย กรมขนส่งทางบก โดยมีโทษปรับไม่เกิน 5,000 บาท หรืออาจจะมีการสั่งพักใบอนุญาตได้เกินจำนวน 180 วัน หากมีการขับรถโดยไม่ได้แสดงตัวผู้ขับ หรือมีการใช้งานใบอนุญาตรถผิดประเภท มีการฝ่าฝืน ไม่ยอมปฏิบัติตามกฎหมาย จะมีความผิดตามมาตรา 109 กรณีตัวพนักงานขับรถ หากไม่มีการแสดงตัวตน ผู้ตรวจการก็มีอำนาจในการสั่งเพื่อให้มารายงานตัว หรือบางรายอาจทำการพักใบอนุญาตไม่เกิน 180 วัน กับอีกกรณีคือผู้ได้รับใบอนุญาตในการขับรถ แต่ได้ทำการปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวระหว่างที่ยังโดนทำการยึดใบอนุญาตขับรถ หากว่ากันตามกฎหมายจราจรทางบกมีการระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับขึ้นอยู่กับเรื่องของเงื่อนไขในการกระทำผิดนั้น ๆ ในส่วนของผู้ประกอบการขนส่งหากไม่ยอมปฏิบัติตามเงื่อนไขประกอบการขนส่ง มีโทษในการปรับสูงสุดถึง 50,000 บาท กรณีมีการปลดหรือถอดตัวเครื่องบันทึกข้อมูลการเดินทางของรถออกไป ต้องถือว่าเครื่องบันทึกข้อมูลการเดินทางของรถนั้นเป็นอุปกรณ์ส่วนหนึ่งของรถที่จำเป็นต้องมีและจำเป็นต้องใช้ กรณีพบว่ามีการถอดเครื่องดังกล่าวออกไปจริง ถ้าเป็นตอนตรวจสภาพรถประจำปีจะถือว่าไม่ให้ผ่านการตรวจสภาพรถ แต่ถ้าหากตรวจพบเจอระหว่างขับไปบนท้องถนนจะมีความผิดตามมาตรา 148 โดยมีโทษในการปรับสูงสุดไม่เกิน 50,000 บาท นี่ถือเป็น กฎหมาย GPS เบื้องต้นที่คนใช้รถเหล่านี้ทุกคนจำเป็นต้องรู้ หัวใจสำคัญที่ต้องมีกฎหมายดังกล่าวขึ้นมาก็อย่างที่บอกไปคือเป็นการเน้นคามปลอดภัยในเรื่องของการขับขี่ ความปลอดภัยที่ว่าไม่ใช่ความปลอดภัยของรถคันดังกล่าวเพียงคันเดียวแต่ยังต้องรวมถึงความปลอดภัยของผู้ใช้รถใช้ถนนร่วมกันด้วย อย่าลืมว่าความประมาทคือหนทางที่นำไปสู่หายนะได้เสมอ และอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นบนท้องถนนจำนวนมาสาเหตุหลักมาจากเรื่องความประมาทโยที่ตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ตาม คนขับหลายคนที่มีความคิดว่าทำไมต้องติด GPS อะไรให้มันวุ่นวาย ต้องทำความเข้าใจในเรื่องนี้คือมันเป็นกฎหมายที่ทุกคนต้องถูกบังคับใช้เหมือนกันหมด เปรียบไปแล้วก็เหมือนกฎหมายที่เราใช้งานกันอยู่ทุกวันนี้เพียงแต่นี่ถูกระบุไว้สำหรับคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องในเรืองการขับรถต่าง ๆ เท่านั้น การมีกฎหมายต่าง ๆ ออกมารองรับเกี่ยวกับเรื่องของการขับรถยนต์โดยเฉพาะบรรดารถบรรทุก รถลากจูง และรถโดยสารประจำทางส่วนหนึ่งเพื่อต้องการให้ผู้ขับขี่ทุกท่านปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดอีกนัยหนึ่งก็คือเหมือนเป็นการปรามเอาไว้ก่อนเพราะไม่อยากให้เกิดความเศร้าสลดเกี่ยวกับอุบัติเหตุไม่ว่าจะด้วยเรื่องใดก็ตาม การใช้รถใช้ถนนอย่าคำนึงถึงความสะดวกสบายของตนเองเป็นหลักแต่ควรนึกถึงผู้อื่นที่ใช้ถนนร่วมกับเราด้วย บอกเลยว่า กฎหมาย GPS ที่ระบุเอาไว้ทั้งหมดนี้หากพบเจอว่ารถคันไหนไม่ปฏิบัติตามมีการจับปรับของจริงไม่มีเว้นแม้แต่คันเดียว จะต่อรองอย่างไรก็ไม่เป็นผลเพราะได้มีกฎหมายเป็นลายลักษณ์อักษรออกมายืนยันเรื่องกฎหมายดังกล่าว มันคือเรื่องดีที่จะช่วยลดอุบัติเหตุในบ้านเราให้น้อยลง ช่วยสร้างถนนที่ปลอดภัยจากการขับขี่ หรือถ้าหากมันเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้นจริงอย่างน้อยเราจะได้มีวิธีในการติดตามรถที่สร้างปัญหาแล้วยังไม่รู้ว่าตอนนี้อยู่ไหน ระบบการใช้งาน GPS ติดตามรถ มี 2 อย่างก็คือ 1.) ระบบ SMS ระบบนี้จะใช้การดูตำแหน่งรถยนต์ หรือติดตามตัวได้ โดยการโทรศัพท์เข้าไปยังตัวเครื่องแล้วรอสักครู่จะมี SMS ตอบกลับมา และแสดงรายละเอียดต่างๆ พร้อมกับแผนที่ สามารถคลิกลิ้งค์เข้าไปดูตำแหน่งได้ทันที 2.) ระบบ ONLINE ระบบนี้จะใช้ในการดูตำแหน่งรถยนต์ หรือติดตามตัวได้ โดยการจะใช้ sim ที่เปิดบริการ data gprs เพื่อใช้ในการส่งตำแหน่งไปยัง server หลักของ ระบบ gps ตลอดเวลา โดยประมาณ 1 นาที หรือ 30 วินาที ทำให้เราสามารถเช็คตำแหน่ง ได้ตลอด 24 ชั่วโมง และยังสามารถดูเส้นทางการเดินทางของรถยนต์ ย้อนหลังได้มากกว่า 30 วัน และสามารถกำหนดพื้นที่เข้าออก ประโยชน์ของการ ติดตั้ง GPS Tracker ,GPS Tracking
  1. ติดตั้งไว้ในรถยนต์,รถมอเตอร์ไซค์,กระเป๋านักเรียน,กล่องสินค้า เพื่อตรวจสอบตำแหน่ง และป้องกันการสูญหายของทรัพย์สิน
  2. ติดตาม/ป้องกัน เด็ก,คนชรา,คนเป็นโรคความจำเสือม,สัตว์เลี้ยง สูญหาย
  3. ติดตามสอบตำแหน่ง คนที่คุณรัก เช่น แฟน สามี ภรรยา
  4. เหมาะสำหรับ โชว์รูมหรือ ผู้ที่ทำกิจการรถเช่า เหมาะสำหรับติดตั้ง GPS ไว้เพื่อตรวจสอบตำแหน่งรถยนต์ของท่านที่ถูกเช่าไปว่า ปัจจุบันอยู่ตำแหน่งไหน
  5. เหมาะสำหรับร้านค้า หรือบริษัทฯ ที่ต้องการทราบว่าพนักงานส่งของ ตามเส้นทางหรือไม่ มีออกนอกเส้นทาง หรืออู้งาน ทำให้สิ้นเปลืองน้ำมันหรือไม่
GPSติดตามรถยนต์ ราคาถูกรุ่นใหม่ล่าสุดนี้ ได้นำเอาเทคโนโลยี คุณภาพ 2 อย่างมารวมกัน ได้แก่ GPS ระบบติดตามตำแหน่ง , และ ระบบดักฟังเสียงสนทนา เพิ่มช่องสำหรับใส่ memory เข้ามาเพื่อใช้สำหรับบันทึกเส้นทางต่างๆในการวิ่ง มีระบบ sleep mode เพื่อป้องกันการใช้พลังงานของแบตได้ยาวนานมากยิ่งขึ้น สนใจ เเอดไลน์ LINE : @GeniusGPS กลับหน้าหลัก

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

You may also like