profender กระบอกเหลือง ดีไหม

profender กระบอกเหลือง ดีไหมprofender กระบอกเหลือง ดีไหม ระวัง โช๊คอัพ รถยนต์ พังทลาย! ใช้รถยนต์จะต้องมองดู-ทราบก่อนเสียเงินซ่อมบำรุง โช๊คอัพ รถยนต์ มีกี่แบบ , เลือกอย่างไร , เช็คอย่างไรว่าเสีย , ปรับปรุงแก้ไขซ่อนแซมหรือแปลงดี…?สวัสดีท่านผู้ครอบครองรถยนต์ทุกคนครับผม วันนี้ “Milework” จะมาเคลียปัญหาให้ได้ทราบกัน พูดได้ว่าเมื่ออ่านเนื้อหานี้จบแล้ว “คุณจำเป็นต้องต้องการรีบกลับไปเช็ครถของคุณเลยที่เดียว”ว่ากันหัวข้อการใช้รถยนต์ในทุกวัน เราๆท่านๆชอบดูแลรถเพียงการไป ล้าง อัด ฉีดในวันหยุดเพียงเท่านั้น ครั้งคราวไม่เอาใจใส่ระบบต่างๆที่สำคัญนั่นเป็น ระบบช่วงล่าง ที่นอกเหนือจากที่จะช่วยเรื่องความนุ่มนวลแล้ว ท่านรู้ไหมครับ? อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นบนท้องถนนบ่อย h-drive s-spec 2020 เป็นเพราะเหตุว่าระบบตอนล่างของรถมีปัญหาด้วยเหตุดังกล่าวอีกความสำคัญหนึ่งก็คือ “ยึดรถยนต์กับพื้นถนน และก็ช่วยหัวข้อการทรงตัวของรถยนต์” นั่นเองโดยปกติอาจจะเป็นไปได้ว่าจะมีหลากหลายชนิด แม้กระนั้นแนวทางการทำงานไม่มีความต่างกันนัก ซึ่งรูปแบบการทำงานในปัจจุบัน มีอยู่ 2 จังหวะเป็นจังหวะยืด แล้วก็ จังหวะยุบ เอาง่ายๆว่า ในขณะขับขี่รถตอนล่างจะรอผ่อนแรงขณะยุบรวมทั้งยืดตัวอยู่ตลอดเวลา ช่วยคุ้มครองไม่ให้ขณะเบรคเฉียบพลันแล้วหน้ารถยนต์ทิ่มแทงลงมีกี่แบบพวกเราบางทีอาจเคยได้ฟัง แบบเดิมๆกับ แบบแต่ง ก็อาจมีปัญหาสำหรับผู้ที่ใช้รถยนต์ปกติอย่างเราๆว่ามีด้วยหรือ?แล้วที่ว่าแบบเดิมกับแต่ง ต่างกันยังไง? แล้วต้องเปลี่ยนไหม ? ก็จะบอกอย่างนี้นะครับว่าอาจจะไม่จำเป็นในเรื่องที่ท่านขับขี่บนถนนในเมือง ซึ่งแบบแต่งนั้นจะนิยมในกรุ๊ปนักแต่งรถยนต์ หรือนักแข่งขันสายซิ่งที่ต้องการเพิ่มความรู้ความเข้าใจของรถยนต์สำหรับในการขับขี่รถ การยึดเกาะถนนหนทางอย่างงั้นมาดูกันว่าของเดิมๆมีกี่แบบ 1. ประเภทกระบอกสันโดษ (Mono Tube)รูปแบบของกระบอก จะเป็นชิ้นเดียวตามชื่อ แม้กระนั้นแบบโดดเดี่ยวนี้จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องใช้สิ่งของที่มีความแข็งแรง-ทนสูง สามารถรับแรงกระแทกได้เป็นอย่างดี หากตัวกระบอกไม่แข็งแรงพอ แน่นอนว่าจะมีปัญหาสำหรับการรับแรงจากรถทั้งยังคันรวมทั้งแรงจากพื้นตอนที่ขับขี่ อาจจะทำให้กระบอกเบี้ยวผิดแบบ แต่ว่าเพียงแค่ทนอย่างเดียวก็คงจะไม่พอ สิ่งของที่ใช้ผลิตยังต้องมีน้ำหนักค่อยอีกด้วย จึงเป็นที่ชื่นชอบในกลุ่มนักซิ่ง นักแต่งรถยนต์ ก็เลยทำให้ราคาแพงแพงกว่าแบบอื่น 2. ชนิดกระบอกคู่ (Twin Tube)เป็นแบบที่ใช้งานกันอยู่ทั่วๆไป ที่เรียกว่ากระบอกคู่ ก็เนื่องจากด้านในเป็นกระบอกสองชั้น (มีการปฏิบัติงานของกระบอกที่ซับซ้อนกว่าแบบ Mono Tube พอเหมาะพอควร) กระบอกด้านในปฏิบัติหน้าที่เป็น “กระบอกสูบ” ซึ่งมีน้ำมันที่วางแบบมาเป็นพิเศษบรรจุไว้ข้างใน ส่วนช่องว่างด้านนอก จะเป็น “ช่องสำรองน้ำมัน” แบ่งเป็นอีก 2 แบบเป็นแบบน้ำมันอย่างเดียวเรียก “ประเภทกระบอกคู่-แบบน้ำมัน” จะมีน้ำมันใส่ราว 2 ใน 3 ที่เหลือจะเป็นอากาศการที่บรรจุน้ำมันในปริมาณที่มากช่วยในหัวข้อการเคลื่อนที่นุ่มนวล อีกชนิดที่ได้รับความนิยมในเวลานี้เป็น ประเภทกระบอกคู่-แบบก๊าส” ก็จะใส่ “ก๊าซ” เอาไว้ภายในช่องน้ำมันสำรองนี้ด้วย โดย”แก๊ส”นี้จะช่วยสำหรับการสนองตอบที่เร็วทันใจอีกทั้งการคืนตัวเร็ว-ยุบช้า แต่จะมีความแข็งแรงมากยิ่งกว่าแบบน้ำมัน (ก๊าสพยายามดันสู้ตลอดระยะเวลา) ก็ได้ประเด็นการเกาะถนนหนทางที่ดี ลดอาการโคลงตัว แต่ความนุ่มนวลก็จะต่ำลงกว่าแบบน้ำมันสรุปข้อดีของ พวกกระบอกคู่ซึ่งก็คือต้นทุนการสร้างถูกกว่า ตัวอุปกรณ์ไม่จำเป็นต้องทนเปรียบเสมือน จำพวกกระบอกคนเดียว เพราะว่ากระบอกสูบจริงๆนั้นอยู่ข้างใน ด้านนอกเป็นช่องน้ำมันสำรอง ก็เลยไม่ค่อยพบปัญหาในเรื่องความแข็งแรง ทำให้ราคาไม่สูงล้นหลาม จึงเป็นที่นิยมและก็ใช้กันอยู่ธรรมดาแถมสำหรับผู้ที่สนใจ โช๊คอัพ รถยนต์ แบบแต่ง จะแบ่งเป็น 3 แบบ 1.จำพวกปรับความสูงมิได้ลักษณะเสมือนของเดิมๆที่ติดมากับรถยนต์ เพียงแต่มีการพัฒนาให้มีความสามารถที่สูงขึ้น หนึบแน่นยึดเกาะพื้นถนนได้ดีขึ้น ซึ่งสังเกตว่าจะไม่สามารถปรับความสูงได้ เบ้าสปริงจะมีขนาดใหญ่เท่าของเดิมที่ผลิตขึ้นมาจากโรงงาน เหมาะสำหรับผู้ที่ประทับใจความหนึบโดยยิ่งไปกว่านั้น รวมทั้งพึงใจกับระดับความสูงจากพื้นของตัวรถยนต์ ไม่อยากที่จะให้โหลดหรือยกสูงมากมายไป 2.ประเภทสตรัทปรับเกลียวเป็นที่นิยมพอสมควร บริเวณเบ้าสปริงสามารถปรับให้สูง-ต่ำได้ดังที่ผู้ครอบครองรถยนต์พอใจ มีสปริงทรงกระบอก เรียกว่า สปริงหลอด ที่ปรับความแข็งหรือเรียกว่า “ค่า K.” ได้ ส่วนขนาดก็มีนานัปการให้เลือก ซึ่งจะเห็นได้ว่าปรับปรุงมาจากแบบแรกนั่นเอง ได้รับความนิยมมากที่สุดในวงการมอเตอร์สปอร์ตบ้านพวกเรา 3. ประเภทสตรัทปรับเกลียว-แบบสไลด์กระบอกแบบสไลด์กระบอก สามารถปรับความสูงที่ตัวกระบอกได้เลย ไม่ต้องไปยุ่งยากปรับที่เบ้าสปริงแล้ว ช่วยแก้ไขหัวข้อการปรับความสูง ถึงแม้ว่าการปรับให้สามารถณะการทำงานโดยรวมออกมาดีนั้นเกิดเรื่องที่ท้าพอสมควร นักซิ่งที่ใช้รถยนต์สำหรับในการแข่งอยากได้สมรรถนะสูงๆทำให้อายุการใช้งานของรถยนต์สั้นลง การปรับความสูงของสปริงก็จะยากขึ้นตามสภาวะของรถสรุปของแต่ง เป็นประโยชน์ยังไงดูแล้วถ้าหากว่าเราๆท่านๆขับในเมืองทั่วไป อาจจะไม่จำเป็นที่ต้องไปเปลี่ยนแปลงของเดิมๆจะแปลงอีกครั้งก็เปลี่ยนแปลงตามภาวะของอะไหล่ที่หมดอายุใช้งานแล้ว ดูเหมือนจะเป็นตัวเลือกที่ดีมากกว่า ส่วนนักแข่ง สายซิ่ง ที่จะจำเป็นต้องเพิ่มสมรรถนะให้รถยนต์ก็เห็นจะหลบลี้มิได้ แม้ว่าข้อระวังอาจจะเป็นเรื่อง “การโหลดรถยนต์โดย “ตัดสปริง” ที่จำเป็นต้องใช้ช่างมีฝีมือในการทำและตรวจเช็คอย่างพิถีพิถันก่อนใช้จริง เพราะสบโอกาสที่กระบอกสูบจะหักได้ช่วงเวลาที่ใช้งานหากกล่าวถึงอายุการใช้งานของโดยธรรมดาเยอะแยะจะอยู่ที่โดยประมาณ 3 ปี ถ้าคิดเป็นจำนวนกิโลก็อยู่ระหว่าง 60,000 – 100,000 ก.ม. ถึงแม้ว่านี่เป็นเพียงแต่การคาดการณ์อายุการใช้งานเพียงอย่างคร่าวๆเพียงแค่นั้น ส่วนสิ่งสำคัญๆก็อย่างที่บอกครับ ต้องขึ้นอยู่กับการใช้แรงงานของรถยนต์ด้วย ถ้าหากปกติรถยนต์ใหม่ ใช้งานที่ 25,000 ก.ม. แล้วพวกเราจำเป็นต้องนำรถยนต์เข้าไปเช็คที่ศูนย์บริการสักนิดสักหน่อยว่าระบบตอนล่างยังรับแรงชน ช่วยลดแรงสะเทือนของตัวรถยนต์ขณะรถยนต์วิ่ง และก็ช่วยทำให้รถยนต์เกาะถนนขณะเข้าโค้งรุ่งเรืองอยู่ไหมอาการชำรุดเอ่ยถึงอาการย่ำแย่กันบ้าง เมื่อรถยนต์ของคุณผ่านการใช้งานมาเป็นระยะเวลานานพอสมควร ขณะขับขี่ผ่านผิวรอยต่อถนนหนทางหรือขึ้นเนินหลังเต่าจะรู้สึกได้ถึงแรงชนที่มากไม่ปกติ หรือขณะขับรถยนต์ขึ้นสะพานจะรู้สึกแปลกๆว่ารถยนต์มีลักษณะโจน ขับลงทางชันจะมีลักษณะกระเด้ง ขณะที่กำลังขับรถยนต์ผ่านผิวที่เป็นแอ่งกระทะ ความเร็วคร่าวๆ 70-80 ก.ม./ช.ม. จะมีความรู้สึกได้ว่ารถมีลักษณะโผบินเล็กหน่อย จากอาการข้างต้นนี้ สามารถบอกได้ว่าคุณควรจะเช็คสภาวะหรือแปลง โช๊คอัพ รถยนต์ ใหม่ได้เเล้วตรวจเช็คบ่อยมากระบบตอนล่างทำงานมากมากมายก่ายกองๆเมื่อเทียบกับส่วนอื่นๆอีกทั้งรองรับแรงชนแรงสะเทือนจากหลุม บ่อ คอสะพาน บนถนน ช่วยปรับให้การขับขี่นุ่มนวลและช่วยให้พวกเราควบคุมรถยนต์ได้อย่างมั่นใจ อย่างนั้นเรามาตรวจตรารถของเรากันสักนิดสักหน่อยว่ายังใช้งานล้ำหน้าอยู่ไหม ? 1.ตรวจทานการคืนตัวเราสามารถพินิจพิจารณาการคืนตัวของรถยนต์ได้ไม่ยากเพียงแค่ใช้มือกดรถยนต์รอบๆมุมที่มุ่งหมายทดสอบ ออกแรงกดสัก 5 ครั้ง เพื่อดูการคืนตัวของรถยนต์ ถึงแม้การคืนตัวที่ค่อนข้างจะไวแปลว่ายังธรรมดาอยู่ 2.ตรวจทานรอยรั่วพิจารณารอยรั่วของน้ำมันบริเวณข้อต่อต่างๆถ้าเกิดเจอรอยเปื้อนน้ำมันไหลออกมาจากกระบอก ก็มีโอกาสที่กระบอกจะรั่วได้ ซึ่งทำให้ความรู้ความเข้าใจการทำงานนั้น ลดน้อยลงไปเนื่องจากว่าน้ำมันที่ช่วยสร้างความนุ่มนวลพร่องไปจากเดิม 3.พินิจพิเคราะห์ทรงแน่ๆว่าธรรมดาจะเป็นทรงกระบอกแบบสมมาตร แม้ว่าถ้าเกิดมองด้วยตาเปล่าแล้วผิดเพี้ยนไป ก็ไม่ต้องสงสัยครับบางครั้งอาจจะตกหลุมใหญ่ๆมา หรือได้รับแรงชนหนักๆกระทั่งผิดแบบทรง การเปลี่ยนใหม่บางทีก็อาจจะเป็นจังหวะแรกๆของปัญหานี้ครับ 4.ดอกยางที่ล้อข้างใดข้างหนึ่งสึกแตกต่างจากปกติทดลองเช็คหน้ายางที่รถยนต์ของคุณครับ ว่าดอกยางด้านไหนมีลักษณะสึกไม่ปกติหรือไม่! หากแม้สังเกตุพบร่องรอยการสึกที่ไม่บ่อยนักจากล้อข้างที่สงสัย อาจมีความหมายว่า ข้างนั้นๆของคุณคงจะมีปัญหา 5.รู้สึกแปลกๆขณะออกตัว-เบรคทดลองดูเมื่อออกตัวแล้วก็เบรคตอนที่กำลังขับขี่ด้วยความเร็วธรรมดา ถ้าหากพบว่าในห้องโดยสารมีการสั่นมากกว่าปกติ เวลาขับรถขึ้นเนินหรือลูกระนาดจะพบว่ามีการเด้งขึ้น-ลง จนถึงรู้สึกได้ว่าไม่นิ่มนวลอย่างที่จะต้องเป็น ให้รีบวิเคราะห์ทันทีครับผม 6.รถยนต์มีลักษณะโผบิน-ร่อนขณะขับรถยนต์ด้วยความเร็ว มีความคิดว่ารถยนต์มีลักษณะบินน่าจะเป็นที่ โช๊คอัพ รถยนต์ บางตัวมีการพังจนกระทั่งไม่อาจควบคุมสมดุลของรถยนต์ได้เสมือนตัวอื่นๆด้วยเหตุดังกล่าวเพื่อความปลอดภัย ให้รีบนำรถไปตรวจเช็คที่ศูนย์หรืออู่จะดีเยี่ยมที่สุดเมื่อรู้อย่างงี้แล้ว รีบไปตรวจเช็ครถยนต์ของเรากันสักนิดสักหน่อย เพราะเหตุว่าระบบตอนล่างเป็นจุดที่จะจำต้องรับแรงชนจากด้านล่าง แล้วก็ด้านบนอยู่เป็นประจำเวลา ถ้าตรวจเจอความผิดปกติควรรีบไปเข้าศูนย์บริการ หรืออู่ในทันที เพราะว่าไม่ใช่แค่เรื่องความนุ่มนวลสำหรับเพื่อการขับรถ ยังเป็นเรื่องไม่มีอันตรายของตัวคุณเองด้วยปัญหายอดนิยมเมื่อตอนนี้รู้แล้วว่า โช๊คอัพ รถยนต์เป็นอะไหล่สำคัญของระบบช่วงล่าง ไม่ว่าจะเป็นรถเก๋งหรือรถปิคอัพ ยิ่งภาวะหนทางบ้านพวกเราแล้วมีโอกาสมากที่อะไหล่บางพวกจะสึกเร็วกว่าอายุการใช้งานจริง

นี่จะเป็น 5 ปัญหา ที่เรามักสงสัยไปดูกันว่าจะมีปัญหาไหนตรงกับใจพวกเราบ้างรึป่าวร้อง ?

1.ควรจะซ่อมหรือเปลี่ยนแปลงดีกว่ากัน ?ตอบ อาจตอบได้ทั้ง 2 แบบขอรับ ให้ดูอาการจะดีกว่า เป็นต้นว่า ใช้ยังไม่ถึงปีแม้กระนั้นมีการรั่วซึมของน้ำมันข้างใน ก็มีช่างที่รับซ่อม ถึงแม้ว่าถ้าหากอายุ 5 ปีขึ้นไป การทำงานไม่ดีตามเดิม กดลงไปไม่คืนตัวหรือคืนตัวช้ามาก ก็เสนอแนะให้เปลี่ยนแปลงขอรับ 2. จำเป็นที่จะต้องตั้งศูนย์รถยนต์ใหม่ด้วยหรือไม่?ตอบ บางทีอาจไม่มีความจำเป็นต้องตั้งศูนย์ถ้าเปลี่ยนแบบทั่วไป ถึงแม้ถ้าเกิดจะยกสูงหรือโหลดเตี้ยลงก็แนะนำว่าจำเป็นต้องตั้งศูนย์ด้วยนะครับ 3. เพราะเหตุไรราคาถึงราคาสูงไม่เท่ากัน แล้วต่างกันยังไง ?ตอบ จะถูกหรือแพง ส่วนมากอยู่ที่แบรนด์ของอะไหล่ เทคโนโลยีใหม่ๆแล้วก็สิ่งของในการผลิตขอรับ ทดลองพินิจจากการใช้รถยนต์ของท่านแล้วกันว่าที่ไหนจะเยี่ยมที่สุด 4. ใช้รถยนต์นานแค่ไหนถึงถึงเวลาปลี่ยน ?ตอบ อายุการใช้งานโดยมากอยู่ที่ 5 ปี หรือประมาณ 50,000 ข้อบังคับ (ราว 1 หมื่น ข้อบังคับ/ปี) ดังนี้อยู่ที่การใช้แรงงานของท่านด้วย ดังเช่น ขนถ่ายหรือบรรทุกของหนักๆ, ให้บริการ Taxi , ขับระยะทางไกลเสมอๆก็เป็นเหตุที่ทำให้อายุของอะไหล่สั้นลง 5. แบบก๊าซ หรือ น้ำมัน แบบไหนดีมากกว่ากัน ?ตอบ นิยามอย่างง่ายของแต่ละแบบ ดังต่อไปนี้ขอรับ แบบก๊าซ จะให้ความแข็งแข็งกระด้างมากยิ่งกว่าหากว่าคุณถูกใจขับรถที่ใช้ความเร็วสูง ไม่ค่อยสัมผัสเบรค แบบก๊าซคงตอบโจทย์มากที่สุด ส่วนแบบน้ำมัน จะให้ความนิ่มนวลสำหรับการขับมากยิ่งกว่า เหมาะสมกับขับรถในเมืองที่ใช้ความเร็วต่ำ กลับหน้าหลัก

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

You may also like